เจาะลึก 10 อันดับการซื้อตัวนักเตะที่แพงที่สุดตลอดกาลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมวิเคราะห์ความคุ้มค่าและมองไปถึงดีลในอนาคต
Image Source : @Ank Kumar wiki
เจาะลึก 10 อันดับการซื้อตัวนักเตะที่แพงที่สุดตลอดกาลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมวิเคราะห์ความคุ้มค่าและมองไปถึงดีลในอนาคต

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่และร่ำรวยที่สุดในโลกฟุตบอล ทำให้พวกเขามักจะทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึงดูดนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์มาร่วมทีมเสมอ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา "ปีศาจแดง" ได้สร้างสถิติค่าตัวนักเตะมากมาย ทั้งในพรีเมียร์ลีกและในระดับโลก แต่การทุ่มเงินก้อนโตก็ไม่ได้การันตีความสำเร็จเสมอไป

นักเตะบางคนเข้ามาและกลายเป็นตำนาน ในขณะที่บางคนกลับต้องดิ้นรนภายใต้ความกดดันจากป้ายราคาและไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งออกมาได้ โพสต์นี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึก 10 อันดับการเซ็นสัญญาที่ใช้เงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรแห่งนี้ เราจะมาดูกันว่าใครคือการลงทุนที่คุ้มค่า และใครคือดีลที่น่าผิดหวัง พร้อมทั้งมองไปถึงอนาคตกับการเซ็นสัญญาที่อาจเกิดขึ้นในฤดูกาล 25/26 ที่จะถึงนี้ด้วย



10 อันดับดีลแพงสุดแมนยู

  • อันดับ 1 ปอล ป็อกบา - 105 ล้านยูโร
  • อันดับ 2 อันโตนี่ - 95 ล้านยูโร
  • อันดับ 3 แฮร์รี่ แม็กไกวร์ - 87 ล้านยูโร
  • อันดับ 4 เจดอน ซานโช - 85 ล้านยูโร
  • อันดับ 5 โรเมลู ลูกากู - 84.7 ล้านยูโร
  • อันดับ 6 ราสมุส ฮอยลุนด์ - 77.8 ล้านยูโร
  • อันดับ 7 เบนจามิน เซสโก้ - 76.5 ล้านยูโร
  • อันดับ 8 อังเฆล ดิ มาเรีย - 75 ล้านยูโร
  • อันดับ 8 ไบรอัน เอ็มเบอูโม่ - 75 ล้านยูโร
  • อันดับ 10 มาเตอุส คุนญา - 74.2 ล้านยูโร



อันดับ 10 มาเตอุส คุนญา - 74.2 ล้านยูโร

มาเตอุส คุนญา กองหน้าเทคนิคสูงชาวบราซิล อาจย้ายมาร่วมทีมในอนาคตเพื่อเพิ่มความคิดสร้างสรรค์และความยืดหยุ่นในแนวรุก
Image Source : wiki
มาเตอุส คุนญา กองหน้าเทคนิคสูงชาวบราซิล อาจย้ายมาร่วมทีมในอนาคตเพื่อเพิ่มความคิดสร้างสรรค์และความยืดหยุ่นในแนวรุก

มาเตอุส คุนญา กองหน้าชาวบราซิลของวูล์ฟแฮมป์ตัน คืออีกหนึ่งชื่อที่ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สำหรับการเสริมทัพในอนาคต เขาเป็นผู้เล่นที่มีเทคนิคสูง มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถเชื่อมเกมในแดนหน้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นโปรไฟล์ที่แตกต่างจากกองหน้าที่ทีมมีอยู่ในปัจจุบัน การย้ายทีมครั้งนี้จะเพิ่มความหลากหลายและมิติใหม่ให้กับเกมรุกของทีม

คุนญาสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าและกองหน้าตัวต่ำ ทำให้เขามีความยืดหยุ่นทางแท็คติกสูง เขาจะเป็นผู้เล่นที่เข้ามาช่วยสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมและทำประตูได้ด้วยตัวเอง หากดีลนี้เกิดขึ้นจริง แฟนบอลปีศาจแดงก็จะได้เห็นลีลาแซมบ้ากลับมาโลดแล่นในโอลด์ แทรฟฟอร์ดอีกครั้ง



อันดับ 8 ไบรอัน เอ็มเบอูโม่ - 75 ล้านยูโร

ไบรอัน เอ็มเบอูโม่ ปีกความเร็วสูงที่พิสูจน์ตัวเองในพรีเมียร์ลีกแล้ว อาจเป็นเป้าหมายเสริมทัพเพื่อเพิ่มความอันตรายในเกมรุก
Image Source : @ESTAC Troyes wiki
ไบรอัน เอ็มเบอูโม่ ปีกความเร็วสูงที่พิสูจน์ตัวเองในพรีเมียร์ลีกแล้ว อาจเป็นเป้าหมายเสริมทัพเพื่อเพิ่มความอันตรายในเกมรุก

อีกหนึ่งดีลที่ถูกคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตคือ ไบรอัน เอ็มเบอูโม่ ปีกความเร็วสูงจากเบรนท์ฟอร์ด เขาได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นแนวรุกที่อันตรายที่สุดคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีก ด้วยความสามารถในการเล่นได้หลากหลายตำแหน่งในแนวรุก ทั้งปีกและกองหน้า ทำให้เขาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด การมีนักเตะที่เข้าใจเกมในพรีเมียร์ลีกเป็นอย่างดีจะช่วยลดระยะเวลาในการปรับตัวได้มาก

การเซ็นสัญญากับเอ็มเบอูโม่จะเข้ามาเพิ่มความดุดัน ความเร็ว และความตรงไปตรงมาในเกมรุกของทีม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมขาดหายไปในบางครั้ง เขาจะเข้ามาเป็นตัวกระตุ้นการแข่งขันในตำแหน่งริมเส้นและเพิ่มทางเลือกในการทำทีมให้กับผู้จัดการทีมได้อย่างแน่นอน



อันดับ 8 อังเฆล ดิ มาเรีย - 75 ล้านยูโร

อังเฆล ดิ มาเรีย ย้ายมาด้วยค่าตัวสถิติเกาะอังกฤษและเริ่มต้นได้ดี แต่ปัญหาชีวิตนอกสนามทำให้เขาอยู่กับทีมได้เพียงปีเดียว

อังเฆล ดิ มาเรีย ย้ายจากเรอัล มาดริดมาสู่โรงละครแห่งความฝันในฐานะนักเตะค่าตัวสถิติของเกาะอังกฤษในขณะนั้น และได้รับเสื้อหมายเลข 7 ในตำนานไปครอง แฟนบอลต่างตื่นเต้นที่จะได้เห็นสตาร์อาร์เจนไตน์ที่เพิ่งคว้าแชมป์แชมเปียนส์ลีกมาวาดลวดลายในสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งเขาก็เริ่มต้นได้อย่างสวยงามด้วยฟอร์มการเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจในช่วงแรก

แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหลังจากเหตุการณ์โจรบุกบ้านพัก ทำให้ทั้งตัวเขาและครอบครัวไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิตในอังกฤษอีกต่อไป ฟอร์มการเล่นของเขาก็ตกลงอย่างรวดเร็วและไม่มีใจที่จะเล่นให้กับสโมสรอีก สุดท้ายเขาก็ถูกขายไปให้กับปารีส แซงต์-แชร์กแมง หลังจากอยู่กับทีมได้เพียงฤดูกาลเดียว นับเป็นการย้ายทีมที่ล้มเหลวและน่าผิดหวังที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สโมสร



อันดับ 7 เบนจามิน เซสโก้ - 76.5 ล้านยูโร

เบนจามิน เซสโก้ กองหน้าดาวรุ่งที่ตกเป็นเป้าหมายในอนาคต อาจย้ายมาร่วมทีมเพื่อสร้างแนวรุกที่แข็งแกร่งสำหรับระยะยาว
Image Source : wiki
เบนจามิน เซสโก้ กองหน้าดาวรุ่งที่ตกเป็นเป้าหมายในอนาคต อาจย้ายมาร่วมทีมเพื่อสร้างแนวรุกที่แข็งแกร่งสำหรับระยะยาว

การคาดการณ์การย้ายทีมในอนาคตสู่ฤดูกาล 25/26 ชี้ไปที่ เบนจามิน เซสโก้ กองหน้าดาวรุ่งพุ่งแรงจากอาร์เบ ไลป์ซิก ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดให้ความสนใจมาอย่างยาวนาน เขาคือกองหน้าสมัยใหม่ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ แต่มีความเร็วและเทคนิคที่ยอดเยี่ยม ทำให้เป็นที่หมายปองของหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป การทุ่มเงินเพื่อคว้าตัวเขาจะเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าสโมสรกำลังสร้างทีมเพื่ออนาคต

หากการย้ายทีมเกิดขึ้นจริง เซสโก้จะเข้ามาเพิ่มมิติในเกมรุกและเป็นการแข่งขันโดยตรงกับราสมุส ฮอยลุนด์ ซึ่งอาจสร้างคู่หูกองหน้าที่น่ากลัวที่สุดคู่หนึ่งในยุโรปได้ แฟนบอลต่างหวังว่าเขาจะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่พาทีมกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง และเป็นการลงทุนที่จะสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาว



อันดับ 6 ราสมุส ฮอยลุนด์ - 77.8 ล้านยูโร

ราสมุส ฮอยลุนด์ กองหน้าดาวรุ่งที่ย้ายมาด้วยค่าตัวสูง มีผลงานที่น่าประทับใจในบอลยุโรปและเป็นความหวังในระยะยาวของทีม
Image Source : @VietnamJ25 wiki
ราสมุส ฮอยลุนด์ กองหน้าดาวรุ่งที่ย้ายมาด้วยค่าตัวสูง มีผลงานที่น่าประทับใจในบอลยุโรปและเป็นความหวังในระยะยาวของทีม

ราสมุส ฮอยลุนด์ คือการลงทุนเพื่ออนาคตของสโมสร กองหน้าดาวรุ่งชาวเดนมาร์กย้ายมาจากอตาลันต้าด้วยค่าตัวที่สูงลิ่วสำหรับนักเตะที่ยังมีประสบการณ์ไม่มากนัก เขาถูกมองว่าเป็นกองหน้าที่มีทั้งความเร็ว, ความแข็งแกร่ง และการจบสกอร์ที่เฉียบคม ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ทีมกำลังมองหาอย่างยิ่ง

แม้ในช่วงแรกเขาจะประสบปัญหาในการทำประตูในพรีเมียร์ลีก แต่ผลงานในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก กลับโดดเด่นอย่างมาก ฮอยลุนด์แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกองหน้าเบอร์หนึ่งของทีมได้ในอนาคต ด้วยอายุที่ยังน้อยและพัฒนาการที่ต่อเนื่อง เขาจึงยังคงเป็นความหวังใหม่ในแนวรุกของแฟนบอลปีศาจแดง



อันดับ 5 โรเมลู ลูกากู - 84.7 ล้านยูโร

โรเมลู ลูกากู เริ่มต้นได้ดีในฤดูกาลแรก แต่ฟอร์มตกลงอย่างน่าใจหายในฤดูกาลที่สองและถูกขายออกจากทีมไปในที่สุด
Image Source : @Эдгар Брещанов wiki
โรเมลู ลูกากู เริ่มต้นได้ดีในฤดูกาลแรก แต่ฟอร์มตกลงอย่างน่าใจหายในฤดูกาลที่สองและถูกขายออกจากทีมไปในที่สุด

โรเมลู ลูกากู ถูกดึงตัวมาจากเอฟเวอร์ตันเพื่อมาเป็นกองหน้าตัวเป้าคนใหม่ของทีม ด้วยสถิติการถล่มประตูที่ยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีก เขาถูกคาดหวังว่าจะเข้ามาจบสกอร์และเป็นเครื่องจักรผลิตประตูให้กับทีมปีศาจแดง ฤดูกาลแรกของเขากับสโมสรก็ถือว่าน่าประทับใจ โดยยิงไปได้ถึง 27 ประตูในทุกรายการและเป็นกำลังสำคัญในแนวรุก

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลที่สอง ฟอร์มของเขาก็ตกลงไปอย่างน่าใจหาย เขามักถูกวิจารณ์เรื่องการจับบอลแรกที่ไม่ดีและความมั่นใจที่หายไป จนทำให้เสียตำแหน่งตัวจริงไปในที่สุด ภายใต้การคุมทีมของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เขาไม่ใช่นักเตะในแผนการทำทีมอีกต่อไป และถูกขายต่อไปให้กับอินเตอร์ มิลาน หลังจากอยู่กับทีมได้เพียง 2 ฤดูกาลเท่านั้น



อันดับ 4 เจดอน ซานโช - 85 ล้านยูโร

เจดอน ซานโช ย้ายมาร่วมทีมด้วยความคาดหวังสูง แต่ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้และมีปัญหากับผู้จัดการทีมจนถูกปล่อยยืมตัว
Image Source : @Ardfern wiki
เจดอน ซานโช ย้ายมาร่วมทีมด้วยความคาดหวังสูง แต่ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้และมีปัญหากับผู้จัดการทีมจนถูกปล่อยยืมตัว

หลังจากตกเป็นข่าวพัวพันกันมาอย่างยาวนาน ในที่สุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้ตัว เจดอน ซานโช มาจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ท่ามกลางความดีใจของแฟนบอล การย้ายทีมครั้งนี้เต็มไปด้วยความคาดหวังว่าปีกชาวอังกฤษจะนำความเร็ว, เทคนิค และความคิดสร้างสรรค์ที่เคยระเบิดฟอร์มในบุนเดสลีกามาสู่เกมรุกของทีมได้

แต่สถานการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น ซานโช่ต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อปรับตัวเข้ากับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้เลย เขามีปัญหาทั้งในและนอกสนาม จนกระทั่งมีปัญหากับผู้จัดการทีม เอริค เทน ฮาก และถูกส่งกลับไปให้ดอร์ทมุนด์ยืมตัวในที่สุด ถือเป็นอีกหนึ่งการเซ็นสัญญาที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง



อันดับ 3 แฮร์รี่ แม็กไกวร์ - 87 ล้านยูโร

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ย้ายมาด้วยค่าตัวสถิติกองหลังและได้เป็นกัปตันทีม แต่ฟอร์มที่ผิดพลาดบ่อยครั้งทำให้เขาสูญเสียตำแหน่งไปในที่สุด
Image Source : @Антон Зайцев wiki
แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ย้ายมาด้วยค่าตัวสถิติกองหลังและได้เป็นกัปตันทีม แต่ฟอร์มที่ผิดพลาดบ่อยครั้งทำให้เขาสูญเสียตำแหน่งไปในที่สุด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทุ่มเงินเป็นสถิติโลกสำหรับกองหลังเพื่อคว้าตัว แฮร์รี่ แม็กไกวร์ มาจากเลสเตอร์ ซิตี้ โดยหวังว่าเขาจะเข้ามาเป็นผู้นำในแนวรับและแก้ปัญหาเกมรับที่เรื้อรังมานาน เขายังได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมอย่างรวดเร็ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคาดหวังที่สโมสรมีต่อตัวเขาเป็นอย่างมาก

แม้ว่าเขาจะมีส่วนช่วยให้ทีมมีเกมรับที่ดีขึ้นในบางช่วง แต่ฟอร์มการเล่นโดยรวมกลับเต็มไปด้วยข้อผิดพลาดส่วนบุคคลที่นำไปสู่การเสียประตูบ่อยครั้ง จนทำให้เขาถูกวิจารณ์อย่างหนักจากแฟนบอลและสื่อต่างๆ ในที่สุดเขาก็เสียตำแหน่งตัวจริงและปลอกแขนกัปตันทีมในยุคของเอริค เทน ฮาก กลายเป็นอีกหนึ่งดีลราคาแพงที่ผลงานไม่เป็นไปตามเป้า



อันดับ 2 อันโตนี่ - 95 ล้านยูโร

อันโตนี่ ย้ายมาร่วมทีมด้วยค่าตัวมหาศาลตามคำขอของเทน ฮาก แต่ยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งสมกับราคาค่าตัวได้เลย
Image Source : @Ardfern wiki
อันโตนี่ ย้ายมาร่วมทีมด้วยค่าตัวมหาศาลตามคำขอของเทน ฮาก แต่ยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งสมกับราคาค่าตัวได้เลย

อันโตนี่ คือการเซ็นสัญญาตามใบสั่งของเอริค เทน ฮาก ที่ต้องการดึงลูกทีมเก่าจากอาแจ็กซ์มาสร้างเกมรุกทางฝั่งขวาที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 95 ล้านยูโร ทำให้ความคาดหวังพุ่งสูงเสียดฟ้า แฟนบอลหวังจะได้เห็นลีลาการเลี้ยงบอลอันเป็นเอกลักษณ์และการสร้างสรรค์โอกาสที่เขาเคยทำไว้ในลีกดัตช์ เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรทันทีที่ย้ายมา

แต่ทว่าฟอร์มการเล่นของเขากลับน่าผิดหวังและไม่สามารถสร้างอิมแพ็คได้เท่าที่ควร อันโตนี่มักถูกวิจารณ์เรื่องการเล่นที่คาดเดาง่ายและการตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายที่ไม่ดีพอ แม้จะยังพอมีเวลาให้พิสูจน์ตัวเอง แต่จนถึงตอนนี้ เขายังคงเป็นหนึ่งในการลงทุนที่ดูเหมือนจะไม่คุ้มค่าสำหรับสโมสร



อันดับ 1 ปอล ป็อกบา - 105 ล้านยูโร

ปอล ป็อกบา กลับมาแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวสถิติโลก แต่ไม่สามารถรักษาฟอร์มเก่งได้สม่ำเสมอและย้ายออกไปแบบฟรีๆ
Image Source : wiki
ปอล ป็อกบา กลับมาแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวสถิติโลก แต่ไม่สามารถรักษาฟอร์มเก่งได้สม่ำเสมอและย้ายออกไปแบบฟรีๆ

การกลับมาของ ปอล ป็อกบา สู่ถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดในปี 2016 ถือเป็นข่าวใหญ่ระดับโลก ด้วยค่าตัวสถิติโลกในเวลานั้น แฟนบอลต่างคาดหวังว่าเด็กปั้นของสโมสรที่ไปสร้างชื่อกับยูเวนตุสจะกลับมายกระดับแดนกลางของทีมให้แข็งแกร่งขึ้น ความสามารถเฉพาะตัวที่น่าทึ่ง การจ่ายบอลที่เฉียบคม และการยิงไกลอันทรงพลังคือสิ่งที่ทุกคนคาดหวังว่าจะได้เห็นจากเขาในสีเสื้อปีศาจแดงอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ตลอด 6 ปีที่ค้าแข้ง ป็อกบาถูกวิจารณ์เรื่องความสม่ำเสมอในการเล่นและทัศนคติ แม้จะมีช่วงเวลาที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนพาทีมคว้าแชมป์ยูโรปาลีกและลีกคัพ แต่ก็มีหลายครั้งที่เขาหายไปจากเกมและไม่สามารถสร้างอิทธิพลได้ตามที่คาดหวังไว้ สุดท้ายเขาก็ย้ายกลับไปยูเวนตุสแบบไม่มีค่าตัวอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงคำถามว่าดีลนี้คุ้มค่าหรือไม่